ที่เราบอกว่า “ลูกดื้อมาก ซนมาก เอาแต่ใจมาก ทำตัวไม่น่ารัก”เป็นเพราะลูกเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือเพราะเราฝืนธรรมชาติความเป็นเด็กของลูก?

  • ลูกซนมาก อยู่นิ่งไม่ได้เลย
  • ลูกชอบรื้อของมาก ค้นทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า
  • ลูกดื้อมาก ขู่ บ่น หรือตีก็แล้ว ลูกก็ไม่ฟังเลย
  • ลูกชอบอาละวาด กรี๊ด งอแงเวลาไม่พอใจ
  • ลูกกินน้อย กินยาก ต้องคอยตามป้อนตลอด
  • ลูกหวงของเล่นมาก ไม่แบ่งของเล่นให้น้องเล่นบ้างเลย
  • ลูกช่างถาม สงสัยได้ทุกเรื่อง พูดได้ทั้งวัน
  • ลูกห่วงเล่น ถึงเวลากินไม่กิน ถึงเวลานอนไม่นอน
  • ลูกมีนิสัยเหมือนเด็กขี้แย ขี้กลัว ชอบร้องไห้งอแงเวลาเจอสถานการณ์ใหม่ๆ
  • และอีกสารพัดปัญหาที่ลูกแสดงออกที่ทำให้เรากังวลกับพฤติกรรมที่ลูกทำ และบอกว่าลูก “ดื้อ“ หรือ “เอาแต่ใจ“

ความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่เพราะลูก “ดื้อ“ หรือ “เอาแต่ใจ“ แต่หลายๆ เรื่องเป็นเรื่อง “ปกติของเด็กเล็ก” เป็น “ธรรมชาติความเป็นเด็ก” ของลูก

  • ลูกซนมาก อยู่นิ่งไม่ได้เลย หรือเพราะลูกกำลังสำรวจโลกรอบตัวของเขา สมองของลูกกำลังบอกให้เขาเคลื่อนไหว วิ่ง ปีนป่าย กระโดด เล่นเพื่อการเรียนรู้
  • ลูกชอบรื้อของมาก ค้นทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า หรือเพราะลูกกำลังทำความรู้จักสิ่งของที่อยู่ตรงหน้า สิ่งของนั้นน่าสนใจสำหรับเขา เขาอยากสัมผัส ชิมรส ดมกลิ่น ขว้างปา ฯลฯ
  • ลูกดื้อมาก ขู่ บ่น หรือตีก็แล้ว ลูกก็ไม่ฟังเลย หรือเพราะลูกกำลังบอกว่า “เสียงของพ่อแม่เข้าไม่ถึงใจของเขา” สิ่งที่ลูกได้ยินมีแต่เสียง ขู่ บ่น ลูกมีความรู้สึกกลัว ความรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รับฟังเขา
  • ลูกชอบอาละวาด กรี๊ด งอแงเวลาไม่พอใจ หรือเพราะสมองส่วนอารมณ์ของลูกยังพัฒนาไม่เต็มที่ ลูกเพิ่งเกิดมาบนโลกนี้ไม่กี่ปี ทักษะการควบคุมอารมณ์อาศัยเวลาและการฝึกฝน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาเลย
  • ลูกกินน้อย กินยาก ต้องคอยตามป้อนตลอด หรือเพราะลูกกินตามปริมาณที่ตัวเองบอกว่าอิ่ม และพอมีคนมาคอยตามป้อน เขาอาจจะรู้สึกว่า เขาไม่ต้องกินข้าวด้วยตัวเองก็ได้
  • ลูกหวงของเล่นมาก ไม่แบ่งของเล่นให้น้องเล่นบ้างเลย หรือเพราะสมองของลูกกำลังเรียนรู้ความหมายของคำว่า “การแบ่งปัน” ของทุกอย่างเคยเป็นของเขาผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว ทำไมวันนี้เขาต้องแบ่งปันให้น้องด้วย
  • ลูกช่างถาม สงสัยได้ทุกเรื่อง พูดได้ทั้งวัน หรือเพราะลูกกำลังอยู่ในวัยเรียนรู้ ทุกสิ่งรอบข้างน่าสนใจสำหรับเขา สมองของลูกกำลังอยู่ในวัยเติบโตอย่างก้าวกระโดด เขาถามเพราะเขาอยากเข้าใจโลกรอบตัวเขามากขึ้น
  • ลูกห่วงเล่น ถึงเวลากินไม่กิน ถึงเวลานอนไม่นอน หรือเพราะลูกกำลังตื่นเต้นกับพัฒนาการใหม่ๆ ของเขา สิ่งที่พ่อแม่ทำได้คือการมีกิจวัตรที่เป็นเวลา คาดเดาได้ กำหนดขอบเขตให้กับลูก
  • ลูกมีนิสัยเหมือนเด็กขี้แย ขี้กลัว ชอบร้องไห้ งอแง เวลาเจอสถานการณ์ใหม่ๆ หรือเพราะลูกกำลังจะบอกว่า เขารู้สึกกลัว อึดอัด ไม่สบายใจ เขาแค่ต้องการให้พ่อแม่กอดเขา รับฟังเขา และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเขา

ไม่มีเด็กคนไหนอยากเป็น ”เด็กที่ไม่น่ารักในสายตาของพ่อแม่” ไม่มีเด็กคนไหนอยากถูกเรียกว่า ”เด็กดื้อหรือเด็กเอาแต่ใจ” ฉะนั้น

  • อย่าฝืนธรรมชาติความเป็นเด็กของลูก แต่ให้ยอมรับธรรมชาติความเป็นเด็กของเขา
  • อย่ามีเงื่อนไขในความรักที่ให้ลูก แต่ให้ยอมรับเขาในแบบที่เขาเป็น
  • อย่าพยายามบังคับให้ลูกอยู่ในกรอบที่เราสร้างไว้ แต่ให้ปรับวิธีการเลี้ยงดูให้ตรงตามลักษณะนิสัยของเขา
  • อย่าติดภาพว่า ลูกต้องน่ารัก ต้องเรียบร้อย ต้องเชื่อฟัง ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้
  • อย่าเปรียบเทียบลูกกับใคร เพราะเด็กแต่ละคนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง
  • ให้เวลาคุณภาพกับลูก ให้ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นพื้นที่ปลอดภัยและพ่อแม่ที่เข้าใจความเป็นเด็กของเขา
  • ให้ลูกได้เป็นเด็กอย่างที่เขาควรจะเป็น ได้วิ่งเล่น ได้สนุกสนาน ได้อ่าน ได้รับการส่งเสริมในทุกๆ ด้านตามวัยของเขา โดยที่พ่อแม่และครอบครัวจะจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ขึ้น เพื่อที่ลูกจะเติบโตตามแบบฉบับของเขาอย่างเต็มศักยภาพ

 

เข้าใจพัฒนาการตามวัยของลูก ไม่ฝืนธรรมชาติความเป็นเด็กของลูก ลดความคาดหวัง จะช่วยให้เรารับมือกับลูกได้อย่างเข้าใจมากขึ้น เครียดน้อยลง มีความสุขกับการเลี้ยงลูกและที่สำคัญคือมีความสุขกับการเป็นพ่อแม่ด้วยค่ะ

 

 

(ขอขอบคุณบทความดีๆ จากแม่อิง
เพจ : บันทึกแม่อิงเลี้ยงลูก https://www.facebook.com/MaeIngDiary)